รวมศัพท์ TOEIC

ศัพท์ TOEIC ที่คนสับสนมากที่สุด!

 

สอบ TOEIC ทีไร เห็นศัพท์คล้ายๆ กัน ชักไม่มั่นใจ มันแปลว่าอะไรล่ะเนี่ย! มาส่อง 20 ศัพท์ที่คนสับสนมากที่สุดกันเถอะ!

 

คัดมาให้ 20 คู่ พร้อมประโยคตัวอย่างให้หายสงสัย สอบ TOEIC ครั้งต่อไป เราจะไม่พลาดแน่นอน!

 

1. RECEIPT vs RECIPE

Receipt (n.) ใบเสร็จ
If you’ve got your receipt you can usually exchange the goods.
“หากคุณมีใบเสร็จ โดยทั่วไปแล้วคุณสามารถแลกเปลี่ยนสินค้าได้”Recipe (n.) สูตร, ตำหรับ
Baking a cake isn’t difficult – it’s just a matter of following the recipe.
“การอบเค้กไม่ยากเลย อยู่ที่การทำตามสูตรต่างหาก”

 

2. COMPREHENSIVE vs COMPREHENSIBLE

Comprehensive (adj.) ครอบคลุม, ครบถ้วน
We offer you a comprehensive training in all aspects of the business.
“เรานำเสนอการอบรมทางธุรกิจอย่างครอบคลุมในทุกแง่มุมให้กับคุณ”Comprehensible (adj.) เข้าใจได้ง่าย
The procedure must be clear and comprehensible to all staff.
“กระบวนการต้องชัดเจน และเข้าใจง่ายสำหรับพนักงานทุกคน”

3. ACCEPT vs EXCEPT

Accept (v.) ยอมรับ
He accepted the invitation to stay with us.
“เขายอมรับคำเชิญที่จะมาพักกับพวกเรา”Except (prepo./conj.) ยกเว้น
The office is open every day except Sundays.
“สำนักงานเปิดทำการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์”

4. EFFECT vs AFFECT

Effect (n.) ผล, ผลกระทบ
This ingredient has the effect of making your skin look younger.
“ส่วนผสมนี้มีผลที่ทำให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์ลง”Affect (v.) ส่งผลกระทบ
The new tax law doesn’t affect me because I’m a student.
“กฏหมายภาษีฉบับใหม่ไม่ส่งผลกระทบกับฉันเพราะฉันเป็นนักศึกษา”

5. ABOARD vs ABROAD

Aboard (adv./prepo.) บนยานพาหนะ
Nobody is allowed aboard the plane without a security check.
“ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปบนเครื่องบินโดยไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย”Abroad (adv.) ในต่างประเทศ, แพร่หลาย
They decided to move abroad and make a fresh start.
“พวกเขาตัดสินใจย้ายไปต่างประเทศ และเริ่มต้นใหม่”

6. ACCESS vs EXCESS

Access (v./n.) เข้าถึง, การเข้าถึง/ทางเข้า
Access to the papers is restricted to senior management.
“การเข้าถึงเอกสารถูกจำกัดให้กับผู้บริหารอาวุโสเท่านั้น”Excess (n./adj.) ส่วนที่เกินมา, ที่มากกว่าปกติ
After you apply the oil, wait 20 minutes before wiping off any excess.
“หลังจากทาน้ำมันแล้ว รอ 20 นาทีก่อนเช็ด (น้ำมัน) ส่วนที่เกินมาออก”

7. EXCESS vs EXCESSIVE

Excess (adj.) มากกว่าปกติ
The airline charged me $75 for excess baggage.
“สายการบินคิดเงินฉัน 75 ดอลล่าร์ สำหรับสัมภาระที่มากกว่าปกติ”Excessive (adj.) มากเกินไป
Excessive exercise can sometimes cause health problems.
“การออกกำลังกายมากเกินไปบางครั้งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้”

8. ADAPT vs ADOPT

Adapt (v.) ประยุกต์, ปรับตัว, ดัดแปลงให้เหมาะสม
These recipes can be easily adapted to suit vegetarians.
“สูตรอาหารเหล่านี้สามารถนำไปปรับได้อย่างง่ายๆ ให้เหมาะกับคนที่ทานมังสวิรัติ”Adopt (v.) รับเลี้ยง, นำมาใช้, เลือก
The new tax would force companies to adopt energy-saving measures.
“ภาษีแบบใหม่จะบังคับให้บริษัทหลายแห่งต้องนำมาตราการประหยัดพลังงานมาใช้”

9. JOB APPLICATION vs JOB APPLICANT

Job application (n.) ใบสมัครงาน
The bank received over 2,000 job applications from recent graduates in September.
“ธนาคารได้รับใบสมัครงานมากกว่า 2,000 ชุดจากนักศึกษาจบใหม่ในเดือนกันยายน”Job applicant (n.) ผู้สมัครงาน
Some employers now even use Google to screen job applicants with online profiles.
“ผู้ว่างจ้างบางคนถึงขนาดใช้ Google เพื่อคัดเลือกผู้สมัครงานด้วยประวัติออนไลน์”

10. RESPOND  vs RESPONSE

Respond (v.) ตอบสนอง, ตอบโต้
The fire department responded to the call within minutes.
“ศูนย์ดับเพลิงตอบรับสายที่โทรเข้ามาภายในเวลาไม่กี่นาที”Response (n.) การตอบรับ, คำตอบ, การตอบโต้
Rosalind’s new exhibition has met with a favorable response from critics.
“นิทรรศการใหม่ของโรซาลินด์ได้รับการตอบรับเป็นที่ชื่นชอบจากเหล่านักวิจารณ์”

11. ADVICE vs ADVISE

Advice (n.) คำแนะนำ
The accident happened because she ignored their advice.
“อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะเธอเพิกเฉยต่อคำแนะนำของพวกเขา”Advise (v.) ให้คำแนะนำ
She’s been asked to advise on training the new sales team.
“เธอถูกขอร้องให้แนะนำเรื่องการอบรมทีมขายใหม่”

12. COMPLAINT vs COMPLAIN

Complaint (n.) คำร้องเรียน
The sales assistants are trained to deal with customer complaints in a friendly manner.
“ผู้ช่วยฝ่ายขายได้รับการอบรมให้จัดการกับคำร้องเรียนของลูกค้าด้วยท่าทีเป็นมิตร”Complain (v.) บ่น, ร้องเรียน
Many customers were calling the central office to complain about the new product.
“ลูกค้าหลายรายโทรเข้ามาที่สำนักงานใหญ่เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่”

13. CONSULT vs COUNSEL

Consult (V.) ปรึกษา
This afternoon the president was consulting with his advisers.
“บ่ายวันนี้ท่านประธานได้ปรึกษากับที่ปรึกษาของท่าน”Counsel (v.) ให้คำปรึกษา
My job is to counsel unemployed people about how to find work.
“‘งานของฉันคือการให้คำปรึกษากับคนว่างงานเกี่ยวกับวิธีการหางาน”

14. TALK ABOUT (STH) vs DISCUSS (STH)

Talk about sth (v.) พูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง
They’re always talking about selling the house and moving away.
“พวกเขามักจะพูดถึงเรื่องขายบ้าน แล้วย้ายไปที่อื่น”Discuss sth (v.) พูดคุย, ถกปัญหา
Draft a proposal for the project and we can discuss it at the meeting.
“ร่างข้อเสนอสำหรับโปรเจคมานะ แล้วเราจะได้ถกเรื่องนี้กันในที่ประชุม”
**Discuss ห้ามตามด้วย about**

15. OPERATION vs COOPERATION

Operation (n.) การดำเนินการ
Starting your own business can be a risky operation.
“การเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองอาจเป็นการดำเนินการที่เสี่ยงได้”Cooperation (n.) ความร่วมมือ, การทำงานร่วมกัน
I need your cooperation to make this event a success.
“ผมต้องการความร่วมมือจากคุณเพื่อทำให้งานอีเว้นท์นี้สำเร็จ”

16. DAILY vs DAIRY

Daily (adv.) ในทุกๆ วัน, แต่ละวัน
Exercise has become part of my daily routine.
“การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในแต่ละวันของฉัน”Dairy (adj.) เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นม
I’m trying to cut down on dairy products, which is difficult because I adore cheese.
“ฉันพยายามจะลดผลิตภัณฑ์นมลง ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะฉันชอบชีสมาก”

17. ASSET vs ASSESS

Asset (n.) ทรัพย์สิน
Knowledge of languages is a real asset in this sort of work.
“ความรู้ด้านภาษาต่างๆ เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริงในสายงานประเภทนี้”Assess (v.) ประเมิน (ค่า, ราคา)
We need to assess whether the project is worth doing.
“เราจำเป็นต้องประเมินว่าโปรเจคนี้คุ้มค่าที่จะทำไหม”

18. SOAR vs SORE

Soar (v.) พุ่งขึ้น
The price of petrol has soared in recent weeks.
“ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา”Sore (adj.) เจ็บ
My arms are sore from all the lifting.
“แขนฉันเจ็บไปหมดจากการแบกของ”

19. DELICATE vs DELEGATE

Delicate (adj.) ละเอียดอ่อน, บอบบาง
There’s something I have to speak to you about – it’s a delicate matter.
“มีบางอย่างที่ผมต้องคุยกับคุณนะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน”Delegate (v./n.) มอบหมาย, ตัวแทน
Minor tasks should be delegated to your assistant.
“งานเล็กๆ น้อยๆ ควรมอบหมายให้ผู้ช่วยของคุณทำแทนนะ”

20. FAVOR vs FLAVOR

Favour/Favor (n./v.) ความช่วยเหลือ, การสนับสนุน, ชื่นชอบ, สนับสนุน
These plans are unlikely to find favor unless the cost is reduced.
“แผนพวกนี้ไม่น่าจะได้รับการสนับสนุน หากยังไม่มีการลดต้นทุนลง”Flavour/Flavor (n.) รสชาติ
My fish was delicious but Charles’ beef had almost no flavor.
“ปลาของฉันอร่อยแต่เนื้อวัวของชาล์สแทบไม่มีรสชาติเลย”

 

เป็นยังไงกันบ้าง? หลายคำมันก็น่าสับสนจริงๆ เนอะ แต่ถ้าท่องไปดี เวลาเจอใน ข้อสอบ TOEIC ก็จะแปลออกได้ทันที ไม่ต้องมานั่งมึนว่าจำตอบคำไหนดี

อย่าลืมท่อง ศัพท์ TOEIC กันไว้เยอะๆ นะ ^^

จดเลย! 30 Phrasal Verbs ออก ข้อสอบ TOEIC

 

โดย Darunwan