TOEIC กับการสมัครงาน

Air Traffic Controllter (ATC): อาชีพที่กุมชะตาทุกชีวิตบนเครื่อง!

ATC เป็นอาชีพที่สำคัญเทียบเท่านักบินเลยทีเดียว แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพที่เครียดที่สุดในโลกด้วย!

 

Air Traffic Controller (ATC) เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ

เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันสำหรับคนรักการบินเลยก็ว่าได้ ช่วงนี้ทาง AEROTHAI (บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด) ก็กำลังเปิดรับสมัครพอดี งั้นวันนี้เรามารู้จักกับอาชีพ Air Traffic Controller กันดีกว่า บอกเลยว่าอาชีพนี้สำคัญต่อการบินมาก! เพราะไม่ว่าจะเอาเครื่องขึ้น ลงจอด ย้ายที่ เข้าเขตการบินต่างๆ ก็ต้องผ่านมือ ATC เกือบทุกขั้น!

 

ประกาศรับสมัคร นักเรียนฝึกหัดควบคุมจราจรทางอากาศ ปี 2561

เปิดรับ “นักเรียนฝึกหัดควบคุมจราจรทางอากาศ” Air Traffic Controller (ATC) / 24-25 มี.ค. 2561

 TOEIC 700 คะแนน (แบบ Personal/อายุคะแนนไม่เกิน 6 เดือนนับถึงวันที่สมัคร)

 

✈ อ่านประกาศรับสมัครเพิ่มเติม ที่นี่ ✈

 ✈ ดาวน์โหลดใบสมัคร ที่นี่ ✈

ATC มีหน้าที่ทำอะไร?

เล่าสั้นๆ คือเป็นผู้ควบคุมให้การสัญจรของอากาศยานราบรื่น ป้องกันอุบัติเหตุทางอากาศ รวมไปถึงระหว่างอากาศยาน กับสิ่งกีดขวางภาคพื้นด้วย อีกทั้งยังเป็นคนคอยอำนวยความสะดวก วางแผน ประสานกับนักบิน และฝ่ายอื่นๆ เพื่อให้การจราจรทางอากาศปลอดภัยตั้งแต่นำเครื่องขึ้น ระหว่างเส้นทางการบิน จนไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ (นึกภาพเจ้าหน้าที่นั่งในหอควบคุม แล้วคอยนำทาง ประสานงานกับนักบิน เพื่อให้การเดินทางในเที่ยวบินนั้นปลอดภัย รับผิดชอบหลายชีวิตเลยนะนั่น)

 

กว่าจะมาเป็น ATC ได้ ต้องผ่านอะไรบ้าง?

ด่านแรกคือเรื่องของคุณสมบัติในการสมัครก่อนเลย (ประกาศรับสมัครแบบละเอียด ดูที่ link ด้านบนนะจ๊ะ)

ลองมาดูกันว่าถ้าอยากทำอาชีพ ATC ต้องมีคุณสมบัติอะไรติดตัวบ้าง

1. อายุต้องไม่เกิน 27 ปี (ผู้ชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น)

2. จบปริญญาตรีทุกสาขา (ไม่จำกัดว่าต้องเรียนสายอะไรมา ทุกสายมีโอกาสหมดนะเออ)

3. ต้องมีคะแนน TOEIC 700 คะแนนขึ้นไป (แบบ Personal และอายุคะแนนไม่เกิน 6 เดือนนับถึงวันที่สมัคร)

4. มีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์

5. ทำงานเป็นกะได้

 

วิธีการสมัคร

ให้โหลดแบบฟอร์มจาก ที่นี่ กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย และยื่นใบสมัครด้วยตัวเอง ที่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด ณ อาคารกีฬา เลขที่ 102 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ

 

การสอบคัดเลือกสุดโหดของ ATC

ไม่ใช่แค่ยื่นใบสมัครแล้วจบนะ ทำงานรับผิดชอบชีวิตคน บททดสอบก็จะเยอะแบบนี้ล่ะ

1. สอบข้อเขียน 3 วิชา ได้แก่

– ความรู้พื้นฐานคณิตศาสตร์

– ความรู้พื้นฐานทั่วไป (ภูมิศาสตร์กายภาพ ความรู้ทั่วไป และความรู้เบื้องต้นด้านคอมพิวเตอร์)

– ความรู้ความสามารถทั่วไป (Aptitude Test)

2. ทดสอบการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นภาษาอังกฤษ (ไม่ต่ำกว่า 25 คำต่อนาที)

3. สอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ จะต้องผ่านมาตรฐาน Level 4 (ใช้เกณฑ์มาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO))

4. ตรวจร่างกายและจิตวิทยาการบิน

5. สอบสัมภาษณ์ภาคภาษาไทย

 

ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

เงินเดือนเริ่มต้นอาจจะไม่หวือหวา แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร แต่แว่วว่าถ้ารวมค่าโอที ค่าใบวิชาชีพ ค่าอื่นๆ อีก บางทีได้ 80,000-100,000+ บาทเลยนะ!

ส่วนสวัสดิการก็เยี่ยม ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้ทั้งตัวเอง พ่อแม่ สามี/ภรรยา บุตร และโบนัสที่ล่ำลือกันมาก็ไม่ต่ำกว่า 4 เดือนด้วยยยย

แต่รายได้ที่สวยงาม ก็ย่อมต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างเสมอ ATC ก็เช่นกัน เพราะการทำงานเครียดมาก (ก็รับผิดชอบทั้งเครื่องบิน ทั้งคนที่อยู่บนเครื่องนี่นา) ควบคุมเครื่องบินทีไม่ใช่แค่ลำ 2 ลำ ยิ่งสนามบินที่ popular มากๆ คิดดูแล้วกันว่า ATC จะต้องสลับ จัดการลำดับการบินยังไง ให้ทันท่วงที ไหนจะต้องทำงานเป็นกะอีก ความเหนื่อยล้าตึงเครียดย่อมมีเป็นธรรมดา

ด้านล่างนี่เป็นลักษณะการทำงานของ ATC ที่ระบุไว้ในเว็บ www.aerothai.co.th

“(ลักษณะการทำงานของเจ้าหน้าที่ ATC แต่ละผลัดจะมีชั่วโมงการทำงาน 12 ชั่วโมง จะทำ 2 พัก 2 กล่าวคือทำงาน 2 ชั่วโมง แล้วพัก 1 ชั่วโมง (control เครื่องบิน 1 ชั่วโมง และ assistant 1 ชั่วโมง) เข้าเวร morning shift เริ่ม 08.00-20.00 แล้วพัก 24 ชั่วโมง แล้วสลับมาเข้า Night Shift เริ่ม 2 ทุ่ม เลิก 2 โมงเช้า แล้วพัก 48 ชั่วโมง)
ส่วนภาพขั้นตอนการทำงานของ ATC นั้นจริงๆ จะค่อนข้างละเอียด และมีการประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ เยอะมาก แต่ขอเล่าแบบภาพรวมตั้งแต่ก่อนนำเครื่องขึ้น ไปจนถึงตอนนำเครื่องลงก่อนนะจ๊ะ (ใครอยากอ่านเพิ่มเติม เข้าไปอ่านได้ ที่นี่ เลยจ้า)

 

การทำงานของ ATC

ก่อนนำเครื่องออกจากสนามบิน

เริ่มตั้งแต่ก่อนการนำเครื่องบินออกจากสนามบิน ATC ต้องทำงานร่วมกับหลายส่วนเลย โดยหลักๆ ต้องประสานงานกับนักบินเพื่อขอข้อมูล Flight plan ของเที่ยวบินนั้นๆ เพราะ ATC จะต้องรู้ว่าเครื่องจะบินไปปลายทางไหน ใช้เครื่องรุ่นอะไร เพดานบินเท่าไร เป็นต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามการบินไปตลอดเส้นทางของเที่ยวบินนั้นๆ

ระหว่างเที่ยวบิน

-หลังจากเครื่องขึ้นไปแล้ว จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องขาออก (Departure Controller) ที่จะต้องติดต่อกับนักบิน เพื่อให้ข้อมูลกับนักบินเช่น ระยะห่างจากเครื่องบินลำอื่นๆ พร้อมกำหนดทิศทาง ความเร็ว เพดานบิน ซึ่งนักบินจะต้องปฏิบัติตาม และเมื่อเครื่องเข้าสู่เส้นทางการบินที่ต้องการแล้ว ก็จะส่งต่อการควบคุมให้กับศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศตามเส้นทางบิน (Area Control) จนกระทั่งเครื่องไปถึงที่หมาย

ซึ่งความสำคัญของ ATC นั้นคือจะต้องคอยติดต่อกับนักบินตลอด เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องบินจะไปถึงที่หมายโดยปลอดภัย รวมถึงยังอาจมีการปรับเปลี่ยนแผนการบิน เช่นเปลี่ยนเส้นทาง หรือระดับความสูงด้วย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

การนำเครื่องลงจอดที่สนามบิน

พอเครื่องเข้าใกล้สนามบินปลายทางในระยะที่เหมาะสมแล้ว การควบคุมก็จะส่งต่อให้กับหอบังคับการบินในพื้นที่ เพื่อคอยดูแล ควบคุมให้เครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย

เป็นยังไงกันบ้าง? นี่แอดแค่อ่านก็สัมผัสได้ถึงความเครียดแล้ว 55 แต่ถ้าใจรัก อยากมุ่งมั่นทางนี้จริงๆ ก็ไม่ต้องลังเลแล้ว! เริ่มเตรียมตัวสมัครได้เลย สำคัญคือต้องเช็คคุณสมบัติให้ครบนะ โดยเฉพาะ คะแนน TOEIC 700 คะแนน ไม่งั้นอดเข้าไปรับเงินแสนแน่นอน!

ส่อง 7 อันดับเงินเดือนกัปตันสายการบิน!

มารู้จักข้อสอบ TOEIC พร้อมเทคนิคทำโจทย์กัน

โดย Darunwan